กลับหน้าหลัก

ประวัติ โบราณสถานวิหารไทลื้อวัดหนองแดง

โบราณสถานวิหารไทลื้อวัดหนองแดง ตั้งอยู่ บ้านหนองแดง หมู่ ๑ ต.เปือ .เชียงกลาง .น่าน นื้อที่ ๑๕ ไร่ ๓ งาน ๗๓ ตารางวา ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด ..๒๓๓๐ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่ มีนาคม ..๒๓๖๕ กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๒๔ ผู้เริ่มก่อสร้างได้แก่ พระธรรมวงศ์ ครูบานาย ครูบาอาณา ผู้สร้างองค์พระประธานคือ ครูบาสิทธิการ ซึ่งเป็นที่มาของต้นตระกูลนามสกุล สุทธการ ของชาวบ้านหนองแดงปัจจุบัน การบูรณะที่พอจำได้ ครั้งแรกประมาณปี พ.. ๒๔๙๒ ครั้งที่ ๒ พ..๒๕๓๘ ครั้งที่ ๓ วันศุกร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗ โดยพระครูพิบูลนันทวิทย์ เจ้าอาวาส  ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นรูปแบบเฉพาะทางมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีหลังคาที่ชันเพื่อระบายน้ำฝนได้อย่างรวดเร็วช้แผ่นไม้มุงหลังคาที่เรียกว่า แป้นเกล็ด รูปทรงรูปร่างค่อนข้างเตี้ยผนังใช้อิฐถือปูน สิ่งที่น่าสนใจมากมาย เช่นฐานชุกชีที่พันรอบด้วยนาคเรียกว่า นาคบัลลังก์ ช่อฟ้าแกะด้วยไม้สักทองเรียก นกหัสดีลิงค์ จิตรกรรมฝาผนังแสดงทศชาติชาดกการบำเพ็ญ เพียรของพระโพธิสัตว์ ซึ่งเขียนลงบนปูนที่ผสมด้วยสูตรสมัยโบราณ คันทวยรูปสัตว์ป่าหิมพานต์ที่สอดแทรกด้วยปริศนาธรรมคำสอนต่าง ๆ เสาแต่ละต้นจะเจาะรู้สี่เหลี่ยมไว้อย่างน่าสนใจ
วิวัฒนาการ นับเป็นสถาปัตยกรรมท้องถิ่นที่สร้างมานานกว่า ๒๒๓ส่วนใหญ่จะทำด้วยไม้ พื้นเป็นอิฐก่อถมและเทปูนทับหน้า ต่อมาด้วยความชื้นจากดินทำให้วิหารเสียหาย และฝนทำให้ กระเบื้องไม้และโครงหลังคาผุจึงต้องมีการซ่อมแซม จนเป็นผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบ้าง รูปทรงที่ออกมามีลักษณะที่ดูเตี้ยทึบหลังคาทรงสูง มื่อได้เข้าไปในวิหารก็มีความรู้สึกว่าอากาศถ่ายเทดี แสงสว่าง เข้ามาสะท้อนกับองค์พระประธาน และลวดลายต่างๆ ที่เป็นสีทองทำให้เกิดแสงสะท้อนเกิดความขลังศักดิ์สิทธิ์ ฝ้าเพดานแต่เดิมไม่มี หน้าต่างแต่เดิมก็มีลักษณะเล็กแคบมีซี่ลูกกรงไม้อยู่กลางเพื่อกันขโมย
บทสรุป
นับเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นแบบไทลื้อที่หาดูได้ยากยิ่งในปัจจุบัน คงจะเป็นวิหารไม้รุ่นสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่จึงควรที่จะอนุรักษ์ไว้ให้คงสภาพเดิม เพื่อการสืบทอดมรดกทางสถาปัตยกรรมของช่างรุ่นนี้ เอาไว้ให้เป็นมรดกอันล้ำค่าของท้องถิ่น
ท่านสนใจที่จะศึกษาหรือไม่ ลองเยี่ยมด้วยตัวคุณเอง จะย้อนรอยเห็นวิถีชีวิตจริงของคนไทลื้อ.. บทคัดย่อ
วัดหนองแดง
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2330 โดยชาวไทลื้อร่วมกับไทพวน องค์พระประธานสร้างโดยครูบาสิทธิการ พระวิหารบูรณะครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2492 และบูรณะต่อมาในปี พ.ศ. 2538 แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2539 ภายในวัดมีลานกว้างร่มรื่น ช่อฟ้าพระอุโบสถสลักรูปนกหัสดีลิงก์ (เป็นนกในวรรณคดีมีจะงอยปากยาวคล้ายงวงช้าง) ซึ่งชาวไทลื้อเชื่อว่าเป็นสัตว์ชั้นสูงจากสวรรค์ เชิงชายประดับไม้ฉลุลายน้ำหยาด ซึ่งเป็นลวดลายเฉพาะของชาวไทลื้อ องค์พระประดิษฐานบนฐานชุกชีเรียกว่า นาคบัลลังก์ จากความเชื่อที่ว่านาคเป็นเครื่องหมายแห่งความสง่างาม ความดี และเป็นอารักษ์แห่งพระพุทธศาสนา

รางวัลที่วัดหนองแดงได้รับ
พ.ศ. 2544
ได้รับรางวัลการอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี โดยสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์
พ.ศ. 2547
ได้รับรางวัลกินรี สื่อสันติภาพของโลก รางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวดีเด่น ประเภทแหล่งท่องเที่ยวศิลปวัฒนธรรม ครั้งที่ 5 (ภาคเหนือ)
จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
พ.ศ.2549
ได้รับรางวัล วัดหนองแดงเป็นมรดกทางศิลปและวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน โดย อาสาสมัครศิลปและวัฒนธรรมจังหวัดน่าน (อสมศ.น่าน)

ประวัติวัดและส่วนประกอบที่สำคัญของวัดหนองแดง

วิหารไทลื้อ วัดหนองแดง ตั้งอยู่ บ้านหนองแดง หมู่ที่ 1 ต.เปือ อ.เชียงกลาง จ.น่าน มีเนื้อที่ 15 ไร่ 3 งาน 73 ตารางวา ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด พ.ศ. 2330 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2365 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา และแสดงของเขตเล่มที่ 98 ตอนที่ 177 วันที่ 27 ตุลาคม 2524 สร้างก่อนได้รับอนุญาตให้สร้างมาแล้วหลายปี นามเจ้าอาวาสผู้สร้างได้แก่ พระธรรมวงศ์ ครูบานาย ครูบาอาณา และผู้ก่อสร้างพระประธารองค์ปัจจุบัน คือ ครูบาสิทธิการ อันเป็นที่มาของต้นตระกูล นามสกุล “สุทธการ” ของชาวบ้านหนองแดงปัจจุบัน
การบูรณะ บูรณะมาแล้วหลายครั้ง ที่พอจำได้ บูรณะครั้งแรกประมาณปี พ.ศ. 2492 ครั้งที่สอง วันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2538 โดยพระครูนันทชัยคุณ เจ้าคณะอำเภอเชียงกลาง  ครั้งที่ ๓ วันศุกร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗ โดยพระครูพิบูลนันทวิทย์ เจ้าอาวาส  เป็นวัดลักษณะสถาปัตยกรรมแบบไทลื้อสร้างมากว่า 200 ปี สิ่งที่น่าสนใจ ภายในวัด มีดังนี้
องค์พระประธาน เป็นปางตรัสรู้ ที่สร้างขึ้นด้วยปูนปั้นพร้อมกับการสร้างวัดโดยช่างไทลื้อ ที่สง่างามมีแววพระเนตรแห่งความเมตตากรุณา ตอนเช้าตรู่แสงแห่งอรุณพวยพุ่งตรงพระพักตร์องค์พระประธานเกิดแสงอาทิตย์สะท้อนกับสีทองเปล่งประกายสง่า สูงส่ง เกิดความขลังศักดิ์สิทธิ์น่าศรัทธาแก่ผู้ที่มาทำบุญ
นาคบัลลังค์ องค์พระประธานจะประดิษฐานบนฐานชุกชีเรียกว่า นาคบัลลังก์ จากความเชื่อที่ว่านาคเป็นเครื่องหมายแห่งความสง่างาม ความดี และเป็นอารักษ์แห่งพระพุทธศาสนา ถ้าสังเกตุให้ดี นาคคู่นี้ เป็นศิลปที่แตกต่างกัน การตวัดของหงอน ลายเกล็ด แววตาจะจ้องมองด้วยความเมตตาอารีเมื่อมองไกล้ๆ หากมองไกลออกไปเหมือนจะคอยห่วงใยให้ศิลให้พรให้กำลังใจแก่ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมวัดแห่งนี้
ฐานชุกช ที่ประดิษฐ์องค์พระประธานเป็นลักษณะแท่นยกสูง ก่อฐานแบบชาวบ้าน พันรอบด้วยนาคเรียกว่า นาคบัลลังก์ เพราะเลื้อยพันรอบองค์พระประธานตวัดหางสู่เบื้องบน ดูงดงามตามฝีมือของช่างชาวบ้าน ลักษณะสถาปัตยกรรม มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนใคร มีหลังคาที่ชันมาก เพื่อระบายน้ำฝนได้อย่างรวดเร็ว
จิตรกรรมฝาผนัง ด้านหลังของฐานชุกชีที่ก่อเป็นอิฐเรียงทรงสูงเป็นผนัง จะมีรูปเขียนเป็นจิตรกรรมเกี่ยวกับเรื่องพระโพธิสัตว์ และเรื่องทศชาติชาดก น่าศึกษาติดตาม เพราะเป็นลักษณะพิเศษของงานสถาปัตยกรรมพื้นบ้านแบบไทลื้อที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสูตรการผสมปูนที่คงความแข็งแกร่งมันวาว สีที่ใช้วาดภาพที่ผสมตามสูตรโบราณมีงาช้าง จงอยปากนก หรือเขี้ยวเล็บของสัตว์ที่หาได้ยาก และการอาบน้ำยาเพื่อเคลือบไว้ให้มีอายุการใช้งานมั่นคง
ช่อฟ้า มีความเป็นเอกลักษณ์ที่น่ายกย่องของชาวไทลื้อ ลักษณะของช่อฟ้าจะเกิดจากความนับถือหงส์และช้างที่ชาวไทลื้อถือว่าเป็นสัตว์ชั้นสูงมาจากสรวงสวรรค์ ช่างจึงนำเอาลักษณะรูปแบบของช้างและหงส์มารวมเป็นตัวเดียวกัน โดยให้ส่วนศีรษะเป็นช้างส่วนตัวเป็นหงส์ แกะด้วยไม้สักทอง มีชื่อเรียกว่า “นกหัสดีลิงค์” จากความเชื่อที่ว่านาคเป็นเครื่องหมายแห่งความสง่างาม ความดี และเป็นอารักษ์แห่งพุทธศาสนา
ใบระกา เป็นลักษณะพิเศษที่ช่างฝีมือท้องถิ่นได้ทำขึ้นโดยทำเป็นแผ่นไม้เรียบๆ แต่ฉลุลวดลายอ่อนช้อยต่อเนื่องกันลงกลางแผ่นไม้ด้านนอก
เชิงชาย มีลวดลายฉลุเป็นแผ่นไม้นำมาเรียงต่อเนื่องกันเป็นแบบลวดลายน้ำหยาด มีลักษณะสวยงาม ซึ่งเป็นลวดลายเฉพาะของชาวไทลื้อ
วัสดุมุง มุงด้วยกระเบื้องไม้ที่เรียกว่า แป้นเกล็ด ทั้งนี้เพราะไม้เป็นวัสดุท้องถิ่นหาได้ง่ายราคาถูก และช่างมีความชำนาญในการทำโดยตัดไม้เป็นแผ่นๆ ด้านบนเป็นแนวตรง ด้านล่างเป็นทางมน วัสดุที่ใช้ยึดกระเบื้องไม้ติดกับไม้ระแนงคือ เดือยไม้
หน้าบัน ออกแบบเป็นลวดลายไม้ที่มาจากลายดอกธรรมชาติแล้วนำมาจัดเว้นช่องไฟ จัดระยะได้อย่างเหมาะสม งดงาม โดยจัดเป็นช่องเท่าๆกัน มีดอกไม้กำลังบานอยู่ตรงกลาง และมีแผ่นกระจกเงาติดอยู่ตรงกลางหน้าบันพอดี ซึ่งเชื่อว่าคือสิ่งสะท้อนความชั่วร้ายไม่ให้กล้ำกรายเข้ามา? ายใน และใช้ประดับตกแต่งเพื่อให้เกิดความสวยงาม
ฝ้าเพดาน แต่เดิมทางภาคเหนือจะไม่มีฝ้าเพดาน แต่ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ ได้มีการใช้ฝ้าเพดานเข้ามาเป็นส่วนตกแต่ง? ายในให้ดูสง่างามขึ้น ฝ้าเพดานจะมีลวดลายจากธรรมชาตินำมาตกแต่งเป็นช่องๆ เว้นระยะช่องไฟได้อย่างถูกต้อง และลวดลายยังกลมกลืนกับลายเสา ซึ่งเมื่อดูแล้วทำให้เกิดความศรัทธาและศักดิ์สิทธิ์
ธรรมาสน์ ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสก่อสร้างติดกับพื้นเคลื่อนที่ไม่ได้ สร้างด้วยอิฐถือปูนมีลวดลายปูนปั้นทั้ง 4 ด้าน ส่วนกลางโล่งมีฝาปิดสามด้าน อีกด้านเป็นประตูให้พระสงฆ์ขึ้นไปนั่งเทศน์ แกะสลักเป็นลายดอกไม้เครือเถาประดับหลังคาของธรรมาสน์จะทำเป็นชั้นๆ ตามความเชื่อและการนับถือ เปรียบเสมือนวิมานที่เป็นชั้นๆ นอกจากนั้นยังลดความรู้สึกอึดอัดและความหนักลงส่งผลไม้เกิดความงดงามตามมา หลังคาซ้อนกันนี้ยังสามารถป้องกันเสียงสะท้อนโดยสร้างหลังคาให้สูง มีช่องอากาศตรงกลางระหว่างฝ้าเพดานกับหลังคา ซึ่งจะช่วยการระบายถ่ายเทความร้อนได้ดี
สัตตภัณฑ์ เป็นแบบชั้นบันได ราวบันไดจะทำเป็นรูปนาค สลักลายข้าง และประดับด้วยกระจกที่ชั้นบันไดอย่างวิจิตร ตรงผนังด้านบนสุดสลักลายเครือเถาสวยงาม ที่วัดหนองแดงใช้แทนโต๊ะหมู่บูชา ปักเทียน จำนวน ๙ ดอก
หน้าต่าง เดิมช่องหน้าต่างจะเจาะช่องเล็กๆ แคบมากเพราะผนังอิฐก่อแบบโบราณไม่มีเสารับน้ำหนัก แต่น้ำหนักทั้งหมดลงที่ฐานด้วยผนังหนานี้ เรียกว่า “ระบบผนังรับน้ำหนัก” ซึ่งเป็นวิธีเก่าแก่ดั้งเดิมของช่างชาวล้านนา จึงเจาะผนังกว้างๆไม่ได้ เพราะจะเสียกำลังในการรับน้ำหนัก การปล่อยให้แสงสว่างเข้ามายังองค์พระประธานแต่น้อย เป็นความรู้สึกอย่างหนึ่งที่ผู้สร้างต้องการให้แสงสว่างลอดส่องเข้ามาพุ่งตรงไปที่พระประธานเท่านั้น เพื่อเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์แก่องค์พระปฏิมาจะได้เกิดสมาธิที่แน่วแน่แก่ผู้ที่เข้าไปกราบไหว้ เคารพบูชา
ประตประตูมีขนาดกว้าง 1.50 เมตร มีบานเปิด ปิด ที่บานประตูจะใช้บายพับยึดแต่จะใช้เดือยไม้ที่ติดกับบานสวมเข้าไปในวงกบทั้งบนและล่าง ลักษณะวงกลเป็นแผ่นไม้ขนาดใหญ่หนา 3 นิ้ว กว้าง 50 เซนติเมตร แกะสลักเป็นลวดลายดอก และเสาแต่ละต้นได้เจาะรูไว้ เรียกว่ารูจัย เพื่อคอยตรวจตรามดปลวก ระบายความชื้น หรือใช้ยึดขณะทำการบูรณะ
ผนัง ก่อด้วยอิฐหนา 0.50 เมตร เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นกำแพงรับน้ำหนักโครงสร้างของหลังคาให้มีความมั่นคง แข็งแรงทนทาน อันหมายถึงความเจริญทางศาสนาพุทธที่มั่นคง รวมทั้งทำให้บรรยากาศภายในอุโบสถอบอุ่น
เสา บริเวณผนังจะไม่มีเสา เพราะอาศัยกำแพงรับน้ำหนักขึ้นมาแทน แต่จะก่อเสาหรอกขึ้นเพื่อจะทำให้ดูแล้วผนังไม่เรียบไม่ขัดสายตาของผู้ดู ส่วน? ายในจะมีเสาไม้ขนาด 0.50 เมตร ซึ่งเป็นเสากลมที่มีขนาดใหญ่ขึ้นไปรับโครงหลังคาที่อยู่สูงที่กำแพงรับน้ำหนักไท้สามารถขึ้นไปรับได้ และตกแต่งให้ดูสวยงาม ด้วยลวดลายจากธรรมชาติเป็นเครือเถาและดอกไม้ต่างๆ
ลวดลายประดับ ตกแต่งที่ฐานชุกชี ธรรมาสน์ อาสนสงฆ์ หน้าบัน ปั้นลม และเชิงชายต่างๆ เป็นการทำงานของช่างไทลื้อแบบดั้งเดิม ผสมผสานกับความเชื่อและตำนานพื้นบ้านลายพื้นบ้านเดิมมักจะได้มาจากธรรมชาติ และพิธีกรรมพื้นบ้าน เช่น ลายหัวเสาประตูทางเข้าที่ได้มาจากการประดับตกแต่งพิธีบายศรีรับขวัญ เป็นรูปกระทงใบตองซ้อนๆ กันหลายๆ ชั้น โดยจะเอามาเพียงชั้นเดียวทำเป็นรูปแบบลายหัวเสาที่กำแพงเตี้ยทางเข้าหน้าวัด เป็นต้น
คันทวย มีการแกะสลักจิตนาการลวดลายเถาวัลย์ รูปสัตว์ในป่าหิมพานต์ด้วยปริศนาธรรมอย่างน่าสนใจ อันแสดงให้เห็นถึงความเจริญทางด้านคุณธรรม จริยธรรมของคนโบราณ
รูปทรง จะมีลักษณะที่ดูเตี้ยทึบหลังคาทรงสูง แต่ทั้งนี้เมื่อได้เข้าไปในวิหารจะรู้สึกว่าอากาศถ่ายเทดี อากาศเย็น มีแสงสว่างเข้ามาสะท้อนกับพระประธาน และลวดลายต่างๆ ที่เป็นสีทอง ทำให้เกิดแสงสะท้อนเกิดความขลังศักดิ์สิทธิ์และความศรัทธาของผู้ที่ได้พบเห็น
ขอบเขต มีถนนตัดผ่านเข้าออกภายในวัด สะดวกภูมิทัศน์โปร่งโล่ง มีเจดีย์เป็นแกนสำคัญของวัดหนึ่งองค์ มีต้นโพธิ์อายุหลายร้อยปี

โบราณสถานวิหารไทลื้อวัดหนองแดง เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทลื้อที่หาดูได้ยากยิ่งในปัจจุบัน และเป็นวิหารไม้รุ่นสุดท้ายที่คงรูปทรงเดิมที่ยังหลงเหลือของร่องรอยของช่างโบราณรุ่นเก่าอยู่.....วิหารนี้จึงนับว่าเป็นสิ่งที่ควรอนุรักษ์ไว้สืบไป......

กิจกรรมของวัด
เพื่อนนักการท่องเที่ยวที่จะได้รับ ชมการแต่งกายวิถีของคนไทลื้อโดยเฉพาะ ไม่มีที่ไหนเหมือน ๑. พิธีสืบชะตาแบบไทลื้อ ๒.พิธีบายศรีสู่ขวัญโดยคนไทลื้อ ๓.การกรวดน้ำผ่านตัวปลามงคลลงไปสู่ภพภูมิ ๔.พิธีห่มโพธิ์ ค้ำโพธิ์ เชิญตุงปราสาท ๕.สรงน้ำพระเจดีย์แห่งความเมตตาจะทำให้มีคนเมตตารักใคร่ เหมาะทางการค้าขาย ฯ  หากจะร่วมพิธี แจ้งให้ทางวัดทราบอย่างน้อย ๕ วัน

พระครูพิบูลนันทวิทย์
เจ้าอาวาสวัดหนองแดง เรียบเรียง

วัดหนองแดง ตำบลเปือ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน
โทร.089 023 9846,  Email:Ndm1.2555@gmail.com,  ID.line Ndm1

Toshiba Computer